การทดสอบความมั่นคงด้วย Stress Test ในภาวะวิกฤตโควิดบุกโลก

วรินทร์ สุรพลชัย CFP®

ท่ามกลางภาวะวิกฤตจากเชื้อไวรัสที่ระบาดไปทั่วโลกทำให้ผู้คนลดการติดต่อทางกายภาพลงไป ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักหลายอาชีพมีรายได้ลดลง จนอาจรู้สึกว่าฐานะการเงินไม่ค่อยมั่นคง  อย่างไรก็ตาม เรามีวิธีทดสอบว่ารายได้ที่ลดลงไปนั้นยังสามารถประคองตัวฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่ โดยสามารถคำนวณออกมาได้จากสูตร Stress Test นี้

[(Salary x 12) + Cash] / [(Monthly Expense x 12) +Yearly Expense] คำนวณแล้วควรจะได้ค่ามากกว่า 1 โดยที่
- Salaryคือ รายได้ต่อเดือนที่ลดลงหลังจากผลกระทบจากภาวะวิกฤตแล้ว
- Cash เป็นเงินเก็บที่มีสภาพคล่องและมีความมั่นคงสูงเช่น เงินสด เงินฝากธนาคาร และกองทุนรวมตลาดเงินที่มีความมั่นคงสูง
- Monthly Expense คือ รายจ่ายต่อเดือนหลังจากที่เราประหยัดลดค่าใช้จ่ายลงแล้ว
- Yearly Expense เป็นรายจ่ายประจำปีที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆทุกเดือน เช่น เบี้ยประกัน ค่าต่อทะเบียนรถยนต์ ค่าส่วนกลางคอนโดฯ

ตัวอย่าง คุณพอสถูกลดเงินเดือนลงเหลือเดือนละ 12,000 บาทมีเงินเก็บอยู่ 85,000 บาท รายจ่ายประจำเดือนที่จำเป็นลดลงเหลือ 15,000 บาทมีค่าส่วนกลางปีละ 9,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต 20,000 บาทและเบี้ยประกันสุขภาพ 15,000บาท เราก็นำมาใส่ในสูตรได้ว่า
[(12,000 x 12) + 85,000] /[(15,000 x 12) + (9,000+20,000+15,000)] = 1.02 ซึ่งค่าที่มากกว่า 1 นี้ก็ยังถือว่าคุณพอสมีความมั่นคงอยู่ได้อย่างน้อย1 ปี สำหรับเหตุการณ์ที่เราคาดเอาไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การใช้เพียงสูตรนี้ อาจจะยังไม่สามารถทำให้เรามั่นใจได้มากพอถ้าหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เช่น กรณีที่เราติดเชื้อโควิดแล้วเข้านอนโรงพยาบาลเอกชนนานถึง 20 วัน ค่าใช้จ่ายร่วมหลักแสนบาท มีหลายเคสที่เบิกค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐไม่ได้ทั้งหมดทำให้เราต้องใช้เงินเก็บมาจ่ายค่ารักษาแทน จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้แต่ถ้าเรามีประกันสุขภาพ+สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของที่ทำงานเพียงพอ ก็จะสามารถผ่านไปได้ด้วยดีหลายคนคงมีคำถามว่า ต้องมีเท่าไหร่ถึงพอให้มีความมั่นคงระดับกลาง? วิธีคิดคือ เราก็ต้องมาแยกค่าใช้จ่ายเป็น2ส่วนส่วนแรกเป็นค่าห้อง ซึ่งส่วนใหญ่โรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง จะคิดค่าห้องประมาณ 3,000 – 6,000 บาท ต่อคืน ในส่วนของค่ารักษาโรคที่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์รักษาด้วยยา เทคนิคการแพทย์ต่างๆ รวมไปถึงการผ่าตัด ก็มักจะอยู่ที่หลักหลายแสนถึงหลักล้านบาท สวัสดิการสุขภาพหรือประกันสุขภาพที่แนะนำ ควรมีความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายประมาณ1-2ล้านบาทต่อปีจึงจะพอให้เราอุ่นใจมีความมั่นคงพอประมาณ

คนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือเป็นนักกีฬา ก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะไม่ป่วยไวรัสโควิดหรือโรคต่างๆ ก็สามารถมากล้ำกรายคนเหล่านี้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยได้เหมือนกันเมื่อความป่วยมาเยือนแล้ว อย่างไรก็จำเป็นต้องรักษาซึ่งค่ารักษาไม่เคยปราณี หมอช่วยชีวิตเราได้จากการรักษาแต่เราอาจใช้ชีวิตอย่างลำบากเมื่อหายเป็นปกติแล้ว เพราะใช้เงินที่เก็บมาทั้งหมดไปกับการรักษาเนื่องจากไม่มีประกันสุขภาพมาช่วยบรรเทา

วรินทร์ สุรพลชัย CFP®

อ่านบทความอื่นต่อ